|
ประเพณีสงกรานต์
ในท้องถิ่นแต่ละภาค
สงกรานต์
เป็นประเพณีที่งดงาม
อ่อนโยน
เอื้ออาทรและเต็มไปด้วยบรรยากาศของความกตัญญู
ความเคารพซึ่งกันและกัน
เป็นประเพณีที่ให้ความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์ในสังคม
ซึ่งสะท้อนให้เห็นความเป็นไทยได้อย่างชัดเจนโดยใช้น้ำเป็นสื่อเชื่อมความสัมพันธ์
เช่น
การสรงน้ำพระพุทธรูปหรือพระสงฆ์
การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่
การเล่นสาดน้ำระหว่างหนุ่มสาว
ฯลฯ
ถือเป็นประเพณีที่คนไทยยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาแต่โบราณจนปัจจุบันว่าเป็นการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
แม้ว่า วันสงกรานต์
จะถือเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ดังที่กล่าวข้างต้น
แต่กิจกรรมที่ปฏิบัติในวันนี้จะต่างไปจากปีใหม่สากลคือวันที่
๑ มกราคมหลายประการ
ในขณะเดียวกันแต่ละภาคก็จะมีกิจกรรมที่เหมือนและผิดแผกแตกต่างกันออกไปอีก
ทั้งนี้
ขึ้นอยู่กับขนบธรรมเนียม
ความเชื่อ วิถีชีวิต
ตลอดจนภูมิปัญญาของท้องถิ่นนั้นๆ
อย่างไรก็ดี
ด้วยกระแสการส่งเสริมการท่องเที่ยวและความต้องการผลด้านเศรษฐกิจ
ทำให้ปัจจุบันประเพณีสงกรานต์ในหลายท้องที่จะมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกันมากขึ้น
โดยเฉพาะตามจังหวัดใหญ่ๆ
เช่น การจัดขบวนแห่
การประกวดเทพีสงกรานต์
การเล่นสาดน้ำ เป็นต้น
สำหรับกิจกรรมหลักๆที่ยังมีการถือปฏิบัติกันอยู่ในแต่ละภาค
ซึ่งแม้จะผิดเพี้ยนเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
ก็ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่พอสรุปได้
ดังนี้
ภาคเหนือ
ซึ่งบางคนอาจจะติดเรียกว่า
ล้านนา นั้น กล่าวได้ว่า
สงกรานต์
เป็นประเพณีที่มีความสำคัญต่อประชาชนทุกครัวเรือนเลยทีเดียว
โดยเขาจะเรียก วันที่ ๑๓
เมษายน ว่า วันสังขานต์ล่อง
หมายถึงวันที่ปีเก่าผ่านไป
บ้างก็ว่าหมายถึงวันที่สังขารร่างกายแก่ไปอีกปี
จะเป็นวันทำความสะอาด
โดยตอนเช้าจะมีการยิงปืนหรือจุดประทัดเพื่อขับไล่เสนียดจัญไร
จากนั้นก็จะมีการทำความสะอาดบ้านเรือน
ชำระล้างร่างกาย
และแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าใหม่เพื่อต้อนรับปีใหม่
ส่วนวันที่ ๑๔ เมษายน
เรียกว่า วันเนา หรือ วันดา
จะเป็นวันเตรียมงานต่างๆ
ถือเป็นวันมงคลที่ต้องทำจิตใจให้แจ่มใส
ไม่พูดสิ่งอัปมงคล
และจะมีการเตรียมเครื่องสังฆทานรวมทั้งอาหารที่จะไปทำบุญและแจกญาติพี่น้องเพื่อนบ้านเรือนเคียงในวันรุ่งขึ้น
ตอนบ่ายมีการขนทรายเข้าวัดไปก่อเจดีย์ทราย
ตามความเชื่อที่ว่าเป็นการชดเชยทรายที่ติดเท้าเราออกมาจากวัดในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม
วันที่ ๑๕ เมษายน
เรียกว่า วันพญาวัน
หรือ วันเถลิงศก
ถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่และเป็นวันสำคัญยิ่ง
เป็นวันที่ชาวบ้านจะทำบุญประกอบกุศล
เลี้ยงพระฟังธรรม
อุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ
สรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์
นำไม้ไปค้ำต้นโพธิ์
รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่
ซึ่งหมายถึงญาติผู้ใหญ่
ผู้อาวุโสในหมู่บ้านหรือในเมือง
ครูบาอาจารย์หรือผู้บังคับบัญชา
คำว่า ดำหัว
ปกติแปลว่า สระผม
แต่ในทางประเพณีสงกรานต์หมายถึงการไปแสดงความคารพ
ขออโหสิกรรมที่อาจจะล่วงเกินในเวลาที่ผ่านมา
และขอพรจากท่าน
โดยมีดอกไม้ธูปเทียน
และน้ำหอมที่เรียกว่า น้ำขมิ้นส้มป่อย
(ประกอบด้วยน้ำสะอาด
ผสมดอกไม้แห้งเช่น
สารภีหรือดอกคำฝอยและฝักส้มป่อยเผาไฟ)
พร้อมทั้งนำของไปมอบให้ผู้ใหญ่
เช่น ผักผลไม้ เสื้อผ้า
อาหาร ฯลฯ
เมื่อผู้ใหญ่กล่าวอโหสิกรรม
และอวยพรแล้ว
ท่านจะใช้มือจุ่มน้ำขมิ้นส้มป่อยลูบศีรษะตนเอง
ส่วนเด็กและหนุ่มๆสาวๆก็จะรดน้ำกันเอง
ซึ่งปกติจะทำกันอย่างนุ่มนวล
สุภาพและจะกล่าวขออนุญาตกันก่อน
นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว
หลายแห่งยังมีการละเล่นรื่นเริงสนุกสนาน
มีมหรสพการแสดง
และบางแห่งก็ยังมีการจัดประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นเสริมไปด้วย
เช่น
การประกวดกลองมองเซิง
กลองสะบัดชัย กลองปู่เจ่
กีฬาพื้นเมือง กาดหมั้ว (ตลาด)
เป็นต้น
ภาคอีสานหรือตะวันออกเฉียงเหนือ
ประเพณีสงกรานต์ในภาคนี้จะจัดกิจกรรม
๓ วันบ้าง ๕
วันบ้างหรืออาจจะ ๗ วัน
ก็แล้วแต่ท้องถิ่นกำหนด
โดยวันแรกจะตรงกับวันที่
๑๓ เมษายนเป็นต้นไป
กิจกรรมที่จัดจะคล้ายกับทางเหนือ
โดยมีกิจกรรมหลักๆคือ
สรงน้ำพระพุทธรูป
ซึ่งส่วนใหญ่จะทำอยู่วันเดียว
โดยมากจังหวัดจะจัดขบวนแห่ขึ้น
ประกอบด้วยพระพุทธรูปและบริวารอื่นๆ
เมื่อแห่เสร็จก็จะมีการสรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ตามลำดับ
เช่น
จังหวัดหนองคายที่มีการแห่และสรงน้ำหลวงพ่อพระใส
พระพุทธรูปสำคัญของจังหวัดอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยและชาวลาว
จากนั้นก็มักมีการ
ทำบุญอัฐิบรรพบุรุษ
ที่เรียกว่า สักอนิจจา
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้
คนอีสานที่ไปทำมาหากินหรือตั้งถิ่นฐานอยู่ต่างถิ่น
มักจะเดินทางกลับภูมิลำเนาในวันสงกรานต์เพื่อรวมญาติ
และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพชนผู้ล่วงลับไปแล้ว
นอกจากนี้ก็มีการปล่อยสัตว์
ปล่อยนก ปล่อยปลา
ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการปล่อยพันธุ์ปลาลงในแม่น้ำโขง
แม่น้ำชี
และแม่น้ำมูลซึ่งเป็นถือเป็นแม่น้ำสายสำคัญทางภาคนี้
ส่วนกิจกรรมอื่นๆก็มีการรดน้ำขอพรผู้ใหญ่
การแสดง
และการละเล่นต่างๆตามประเพณีท้องถิ่น
ด้านคนหนุ่มคนสาวและเด็กๆก็จะเล่นสาดน้ำกันด้วยความสนุกสนานเชื่อมสัมพันธ์กันและกัน
โดยก่อนวันสงกรานต์
จะมีการทำความสะอาดบ้าน
การเตรียมอาหารและทุกสิ่งไว้ให้พร้อม
เพื่อจะได้งดการทำภารกิจต่างๆในช่วงสงกรานต์ซึ่งถือเป็นวันเฉลิมฉลองปีใหม่ที่ทุกคนรอคอย
ภาคใต้ ชาวใต้จะเรียก วันสงกรานต์
ว่า ประเพณีวันว่าง
ในวันนี้ทุกบ้านเรือนและทุกคนจะถือว่าเป็น
วันละวางทั้งกายและใจ
จากภารกิจต่างๆที่เคยทำมาปกติ
ซึ่งตามประเพณีจะจัดกิจกรรม
๓ วันคือวันที่ ๑๓ ,๑๔ และ
๑๕ เมษายนของทุกปี
โดยก่อนจะถึงวันว่างหรือวันตรุษสงกรานต์
ชาวใต้จะมีการเตรียมตัว
เช่น
เริ่มทำความสะอาดบ้านเรือน
เตรียมข้าวของทำบุญ
เตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่
ฯลฯ
จากนั้นจะมีการทำบุญตักบาตร
ปล่อยนกปล่อยปลา
การสรงน้ำพระ
การก่อเจดีย์ทราย
และการเล่นสาดน้ำเช่นเดียวกับภาคอื่นๆ
ในสมัยก่อนแต่ละหมู่บ้านจะมีคณะเพลงบอกออกไปตระเวนร้องตามชุมชนหรือหมู่บ้านโดยจะมีการร้องเป็นตำนานสงกรานต์
หรือเพลงอื่นๆตามที่เจ้าของบ้านร้องขอ
อนึ่ง
ทางภาคใต้ยังมีประเพณีที่เรียกว่า
ประเพณีสระหัววันว่าง
แก่ภิกษุหรือผู้เฒ่าผู้แก่ที่ประชาชนเคารพนับถือมาก
โดยจะสร้าง เบญจา(แท่นที่มีเพดาน)
ขึ้นประดับด้วยลายแทงหยวก
ใต้ยอดเบญจาจะมีหัวพญานาคพ่นน้ำออกมาคล้ายฝน
ต่อจากหัวพญานาคจะต่อเป็นท่อยาวคล้ายเป็นตัวพญานาค
โดยทางปลายหางจะมีท่อน้ำต่อจากส่วนที่ทำแบบท้องลำเรือ
เพื่อให้ญาติมิตรเทน้ำปรุงที่เจือน้ำหอมโรยด้วยกลีบกุหลาบ
มะลิหรือเครื่องประทิ่นต่างๆลงตามท้องเรือ
ให้
น้ำไหลผ่านท่อตามลำตัวพญานาค
แล้วออกจากปากพญานาคเสมือนพญานาคพ่นน้ำใส่ภิกษุหรือผู้เฒ่าผู้แก่ที่นั่งอยู่บนเบญจาจนตัวเปียก
จากนั้นจึงพาท่านไปเปลี่ยนเครื่องนุ่งห่มใหม่ที่เตรียมมา
การที่ไม่รดน้ำที่ตัวหรือมือท่านโดยตรง
ก็ด้วยถือว่าผู้น้อยไม่ควรจะละลาบละล้วงไปรุมล้อม
คร่อมตัวผู้ใหญ่
โดยเฉพาะผู้หญิงไม่ควรถูกตัวพระภิกษุ
ส่วนที่ทำเป็นพญานาคพ่นน้ำก็เพราะถือว่าพญานาคเป็นผู้ให้น้ำแก่มวลมนุษย์
สัตว์ พืช
และให้ความร่มเย็นเป็นสุข
ภาคกลาง
ประเพณีสงกรานต์ในภาคกลางจะมีกิจกรรมหลักๆคล้ายภาคอื่นๆเช่นกันคือ
การทำความสะอาดบ้านเรือน
การทำบุญตักบาตร
การทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ
การสรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์
การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่
การเล่นการละเล่นพื้นบ้าน
การจัดประกวดเทพีสงกรานต์
การจัดขบวนแห่
การขนทรายเข้าวัดและก่อพระเจดีย์ทราย
เป็นต้น
หลายจังหวัดได้จัดกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่จนเป็นที่กล่าวขวัญและรอคอยของนักท่องเที่ยว
เช่น
สงกรานต์ที่พระประแดง จ.สมุทรปราการ
ที่เรียกกันว่า สงกรานต์ปากลัด
ที่มีขบวนแห่ที่งดงามและแปลกตา
ด้วยเป็นสงกรานต์ของชาวไทยเชื้อสายมอญ
ในกรุงเทพมหานคร
ส่วนใหญ่จะมีกิจกรรมในบริเวณถนนราชดำเนิน
และท้องสนามหลวง
ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมักจะจัดขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่อลังการของแต่ละจังหวัดที่มีการแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นอย่างน่าชม
แต่ที่ขึ้นชื่อมากที่สุดขณะนี้คือ
ถนนข้าวสาร บางลำพู
อันเป็นที่ชุมนุมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
รวมไปถึงนักร้อง
นักแสดงที่มีชื่อเสียงต่างก็ไปรวมตัว
เล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน
ณ ที่นั่น
|